Recent Posts

อายัดเงินเดือน ความจริงอีกข้อหนึ่งที่มนุษย์หนี้ควรรู้

shutterstock_221585599

คำว่า “ยึดทรัพย์ อายัดเงิน” ไม่ใช่คำขู่หรือเป็นบทลงโทษเฉพาะสำหรับการกระทำผิดในวงนักการเมืองเท่านั้น แต่สามารถนำมาใช้ในกรณีที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ทำการฟ้องรอต่อศาลถึงการกระทำของจำเลยผู้เป็นลูกหนี้อันเป็นผลพวงมาจากการขาดชำระหนี้ตามกฎหมาย ซึ่งถ้าหากทางโจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีแพ่งนั้นและทางศาลได้มีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่ลูกหนี้ก็ยังเพิกเฉยชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ตามเงื่อนเวลาที่ศาลได้กำหนดไว้ให้ โดยทั่วไปประมาณ 30 วัน เจ้าหนี้ก็จะมีสิทธิโดยชอบร้องต่อพนักงานบังคับคดีเพื่อออกหมายยึดเงินเดือนและอายัดทรัพย์ของลูกหนี้

ดังนั้น หากศาลได้ตัดสินคดีแล้ว ลูกหนี้ควรเป็นฝ่ายเจรจากับทนายฝ่ายโจทก์ว่าจะชำระเงินอย่างไร หรือประสงค์แบ่งจ่ายหนี้เป็นกี่งวด มากกว่าขาดการติดต่อหรือไม่ทำการชำระใด ๆ เพราะเท่ากับเป็นการเปิดช่องให้เจ้าหนี้สามารถฟ้องขออายัดเงินเดือนไว้ได้ โดยหากมีเจ้าหนี้มากกว่าหนึ่งราย ศาลจะให้สิทธิกับเจ้าหนี้ที่ทำเรื่องขออายัดก่อนตามลำดับ ซึ่งหมายถึงไม่สามารถทำการอายัดซ้ำกันได้ เจ้าหนี้รายอื่น ๆ ต้องรอคิว หรือจะเลือกติดต่อขอหารสัดส่วนกับเจ้าหนี้รายแรก แต่ถ้ารอก็สามารถรอได้ตามอายุความ นั่นคือ ไม่เกิน 10 ปี

สำหรับหลักในการอายัดเงินเดือนนั้นจะครอบคลุมเพียงผู้ประกอบอาชีพพนักงานบริษัท ฯ และพนักงานรัฐวิสาหกิจเท่านั้น โดยกำหนดว่าเงินเดือนต้องมากกว่า 1 หมื่นบาทขึ้นไปถึงจะเข้าข่ายการอายัดเงินเดือน และสามารถอายัดได้ไม่มากกว่า 30% ของจำนวนเงินเดือนเต็ม อีกทั้งยังจำเป็นต้องมีเงินคงเหลือให้กับลูกหนี้ไว้ใช้จ่ายดำรงชีพไม่น้อยกว่า 1 หมื่นบาทอีกด้วย กล่าวคือ ถ้าหากลูกหนี้ได้รับเงินเดือน 9,500 บาท เจ้าหนี้ไม่สามารถทำการอายัดเงินเดือนได้ แต่ถ้าลูกหนี้ได้รับเงินเดือน 11,000 บาท ก็อายัดไว้ได้แค่ 1,000 บาทโดยต้องเหลือให้ใช้จ่ายตามเกณฑ์ขั้นต่ำคือ 10,000 บาท โดยอาศัยหลักคำนวณร้อยละ 30 ของฐานเงินเดือนเต็มจำนวนก่อนหักภาษีและประกันสังคม จากตัวอย่างข้างต้น เงินที่ลูกหนี้ถูกอายัดไป 1,000 บาทและเหลือไว้ใช้จ่าย 10,000 บาทนั้น ลูกหนี้ก็ต้องนำไปชำระภาษีและประกันสังคมเองอีกต่อหนึ่งก่อน จากนั้นส่วนที่เหลือจึงเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ ในกรณีที่ลูกหนี้ได้รับเงินโบนัส เจ้าหนี้สามารถอายัดไว้ได้เพียง 50% ในขณะที่เงินรายได้ที่จ่ายชดเชยลูกจ้างจากการออกจากงานจะสามารถอายัดไว้ได้ทั้งหมด 100%

อย่างไรก็ตาม หากลูกหนี้รายใดมีภาระจำเป็นที่ต้องใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล หรือค่าเลี้ยงดูบุตร ก็มีสิทธิขอลดหย่อนสัดส่วนร้อยละของการอายัดเงินเดือนลงได้อีก โดยการหักเงินเดือนที่ถูกอายัดไว้นั้นสามารถดำเนินการผ่านบริษัทฯ นายจ้างของลูกหนี้ หรือลูกหนี้จะเลือกนำชำระต่อกรมบังคับคดีด้วยตนเองก็ได้เช่นกัน

สิ่งฟุ่มเฟือยที่ผู้ชายมักจะยอมเสียเงิน

ถ้าพูดถึงเรื่องการใช้จ่ายของผู้ชายแล้วนั้นมีความแตกต่างกับผู้หญิงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงินในการซื้อของ การรับประทานอาหาร ซึ่งผู้ชายมักจะใช้จ่ายเงินโดยไม่ทันคิดโดยให้เหตุผลที่ว่า ถ้าต้องการซื้อแพงแค่ไหนก็สามารถซื้อได้ ซึ่งบางครั้งทำให้คุณผู้ชายเกิดการขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ ยิ่งเป็นคนที่มีครอบครัวแล้วอาจจะส่งผลไปถึงคนในครอบครัวด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาดูในเรื่องของสินค้าสิ้นเปลืองที่คุณผู้ชายมักจะยอมเสียเงินโดยไม่ต้องไตร่ตรองเลย

  1. การสังสรรค์ เป็นพฤติกรรมที่ผู้ชายส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ เพราะการสังสรรค์เป็นส่วนหนึ่งของการมีสังคมของผู้ชายที่ได้พบปะพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน ทำให้เงินส่วนใหญ่หมดไปกับตรงนี้พอสมควร บางคนมีการสังสรรค์กันทุกสัปดาห์ทำให้เกิดการขาดสภาพคล่องทางการเงิน
  2. การแต่งรถ สำหรับผู้ชายที่มีรถยนต์การได้เสียเงินค่าแต่งรถนั้นถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง อาจจะแต่งล้อ เครื่องเสียง เป็นต้น หากรวม ๆ แล้วค่าแต่งรถในแต่ละปีค่อนข้างสูงพอสมควร
  3. การหมดเงินไปกับของเล่นอิเล็กทรอนิกส์ เช่น มือถือ เกม อุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ ซึ่งอยู่ที่รุ่นและราคาว่าชอบแบบไหน ผู้ชายก็จะยอมเสียเงินกับเรื่องเหล่านี้ไปได้โดยที่ไม่ต้องคิดมาก
  4. การเสียเงินเพื่อให้ผู้หญิงยอมรับ ในที่นี้คือการยอมเสียเงินของผู้ชายทุกครั้งที่นัดพบกับผู้หญิง เพื่อให้เกิดการยอมรับ และมัดใจสาว ๆ ได้ ผู้ชายจะเป็นผู้ที่อาสาในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง ทำให้บางครั้งเงินไม่พอ และต้องหยิบยืมมาจากเพื่อนหรือแหล่งเงินกู้ต่าง ๆ
  5. การเสียเงินให้กับของชิ้นใหญ่ ๆ ซึ่งเรามักจะเห็นได้บ่อย ๆ เช่น การลงทุนซื้อชุดเครื่องเสียงราคาแพง การซื้อโทรทัศน์จอใหญ่ การซื้อรถจักรยานยี่ห้อแพง เป็นต้น ที่เป็นเช่นนี้เขามักจะให้เหตุผลที่ว่าทำงานมาเหนื่อยแล้วควรให้รางวัลแก่ตัวเองบ้าง

นี่เป็นพฤติกรรมการใช้เงินของผู้ชายมักจะเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์หรือการจ่ายออกในคราวละมากๆ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วค่าใช้จ่ายเหล่านี้สามารถควบคุม และหลีกเลี่ยงได้ เช่น กรณีที่ต้องการแสดงความประทับใจให้กับแฟนสาวโดยการออกเงินซื้อสิ่งของที่ฝ่ายหญิงต้องการ อาจจะเปลี่ยนเป็นช่วยกันหารคนละครึ่งและเลือกซื้อของให้ตามโอกาสจะดีกว่า หรือจะเป็นเรื่องการแต่งรถ เพื่อเป็นการประหยัดอาจจะนาน ๆ แต่งครั้ง หรือแต่งรถตามความจำเป็น เพราะค่าอะไหล่ แต่ละชิ้นมีราคาค่อนข้างสูงอาจจะทำให้เงินหมดเร็วกว่าที่กำหนดได้ และสุดท้ายเพื่อเป็นการควบคุมค่าใช้จ่ายควรจะมีการหักห้ามใจเอาไว้เพื่อไม่ให้ใช้จ่ายเกิน

การใช้จ่ายของผู้ชาย และผู้หญิงนั้นค่อนข้างแตกต่างกันมาก หากเราตามใจตัวเองมากเกินไปบางครั้งอาจจะทำให้การเงินในกระเป๋าเรามีปัญหาได้จนทำให้เป็นเหตุต้องเป็นหนี้ ดังนั้นวางแผนการจัดสรรเงินให้ชัดเจนเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการออมเงิน

การวางแผนค่าใช้จ่ายของบุตร

                 บุตรคือสิ่งเติมเต็มสำหรับชีวิตคู่ ซึ่งในปัจจุบันค่าใช้จ่ายของการเลี้ยงดูบุตร ประกอบด้วยหลายด้านเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ด้านคุณภาพชีวิต การส่งเสริมความสุขและงานอดิเรกให้กับบุตร ซึ่งบิดามารดาควรวางแผนค่าใช้จ่ายของบุตรไว้นับ แต่บุตรยังเยาว์วัย เพื่อให้บุตรได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในทุกด้าน

วางเป้าหมายทางการศึกษาสำหรับบุตร

คู่สามีภรรยาควรวางแผนเป้าหมายการศึกษานับ แต่ทราบว่าตนกำลังจะมีบุตร ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถคำนวณเงินในการศึกษาได้อย่างถูกต้อง บิดามารดาย่อมต้องการให้บุตรได้รับการศึกษาขั้นสูงสุดเพื่ออนาคตของบุตร ซึ่งระยะเวลาโดยรวมในการศึกษาอย่างน้อยจะอยู่ที่ระยะเวลา15-20 ปี และด้วยค่าใช้จ่ายในการศึกษาของสถานศึกษาแต่ละแห่งล้วนแล้วแต่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนของภาครัฐ หรือเอกชน การเลือกสถานศึกษาบิดามารดาควรเลือกสถานศึกษามีมาตรฐานและควรประมาณค่าใช้จ่ายของสถานศึกษานั้น ๆ ให้เหมาะสมกับฐานะเศรษฐกิจของครอบครัว เพื่อไม่ให้ประสบปัญหาทางการเงินในระหว่างที่บุตรกำลังศึกษา

สถานะทางการเงินของครอบครัวและแนวโน้มความเสี่ยง

การวางแผนค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงดูบุตร ควรเริ่มต้นจากการสำรวจและประเมินสถานะทางการเงินของตนเอง อีกทั้งควรประมาณเงินรายได้และรายจ่ายในอนาคต เพราะค่าครองชีพในอนาคตมีแนวโน้มสูงขึ้นโดยตลอด อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ยังไม่มีความแน่นอนสักเท่าใด การประเมินความเสี่ยงและตั้งรับอย่างมั่นคงด้วยสติจะทำให้ผู้ประสบปัญหาทางการเงินผ่านพ้นปัญหาไปได้ด้วยดี สำหรับกรณีของครอบครัวที่มีรายรับทางเดียว ไม่ว่าจากทางสามี หรือภรรยา คู่ชีวิตควรเพิ่มรายได้ของตนอีกทางหนึ่ง เพื่อเป็นหลักประกันถึงสถานะทางเศรษฐกิจและเป็นการเพิ่มพูนเงินเก็บ หากต้องพบกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ

การออมเงินและวางแผนการเงินเพื่อบุตร

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินของสถาบันการเงินที่สามารถตอบสนองความต้องการแก่ผู้มีบุตร โดยเงินออมสำหรับบุตรควรแยกเป็นสัดส่วนออกจากเงินออมเพื่อเกษียณและเงินออมอื่น ๆ การลงทุนเพื่อเพิ่มเงินเก็บออมสำหรับบุตรควรเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ทว่าได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนพันธบัตรรัฐบาล การลงทุนในตราสารหนี้โดยคัดเลือกบริษัทที่มีผลประกอบการธุรกิจดีเยี่ยม และบิดามารดาควรเลือกออมเงินด้วยการประกันชีวิต เพื่อเป็นหลักประกันให้มั่นใจได้ว่า หากมีความไม่แน่นอน หรือมีอุบัติเหตุชีวิตใด ๆ เกิดขึ้นในอนาคต บุตรจะยังคงได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีต่อไปได้ โดยการเลือกรูปแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินควรเลือกที่เหมาะสมกับสถานภาพทางการเงินของตนเองเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดในภายหลัง

การออมเงินและวางแผนทางการเงินของบุตรคือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการวางแผนที่รอบคอบ รัดกุมจะช่วยให้การจัดการค่าใช้จ่ายง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยให้บิดา มารดารับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนค่าใช้จ่ายสำหรับบุตรที่เหมาะสมกับสถานภาพทางการเงินของตนจะทำให้สมาชิกในครอบครัวสามารถบรรลุเป้าหมายที่หวังไว้ได้อย่างแน่นอน

พิชิตเป้าหมาย ปลดหนี้เสีย

ในการดำเนินชีวิต หรือการทำธุรกิจอาจต้องประสบปัญหารายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายบ้าง ปัญหาเงินขาดสภาพคล่องบ้าง ทำให้ผิดนัดชำระหนี้ต่อเนื่อง มีวิธีจัดการกับปัญหาหนี้เสียได้อย่างไร

กรณีบุคคลกู้ซื้อบ้านผ่อนกับธนาคาร เกิดมรสุมชีวิตจนผิดนัดชำระหนี้คืนให้สถาบันการเงินเป็นระยะเวลาเกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป ธนาคารจะมีหนังสือให้ไปศาลเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ควรติดต่อคุยกับธนาคารเพื่อลดจำนวนเงินผ่อนต่อเดือนลงมา

การปรับโครงสร้างหนี้นั้นสามารถปรับลดเงินผ่อนได้เรื่อย ๆ โดยมีข้อจำกัดขั้นต่ำอย่างน้อยต้องผ่อนจ่ายเท่ากับดอกเบี้ย ไม่เช่นนั้นจะเป็นการติดหนี้เพิ่มสะสม หากภายหลังลูกหนี้ยังขาดส่งงวดอีก ธนาคารอาจมีหนังสือเตือนเป็นครั้งที่ 2 ทั้งโดนปรับและคิดอัตราดอกเบี้ยเพิ่ม หลังจากนั้นเป็นขั้นตอนการยื่นฟ้องศาลและยึดทรัพย์มาขายทอดตลาดเพื่อลดหนี้เสีย ทางเลือกของลูกหนี้คือการประกาศขายเพื่อใช้หนี้กับธนาคารให้หมดก่อน ป้องกันปัญหาดอกเบี้ยบานปลาย และปลดภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายทั้งหมด

กรณีของบริษัทที่ไม่มีเงินสดเพียงพอในการชำระหนี้ตรงตามกำหนดเวลา ขั้นแรกคือการประเมินปัจจัยหลักของความล้มเหลวทำให้ธุรกิจประสบผลขาดทุน ได้แก่ การจัดการไม่มีประสิทธิภาพ ผู้จัดการขาดความรู้ความชำนาญ การขยายกิจการมากเกินไป นโยบายการเงินผิดพลาดและไม่เหมาะสม ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขัน ภัยพิบัติต่าง ๆ ตลอดจนการทุจริตฉ้อโกง การเก็งกำไรที่มีความเสี่ยง เช่น อัตราแลกเปลี่ยน สินค้าคงเหลือ

จากนั้นเริ่มจากการเจรจากับเจ้าหนี้ในการยืดระยะเวลาชำระหนี้สำหรับยอดหนี้ที่ค้างชำระ โดยเจ้าหนี้ยังได้รับหนี้เต็มจำนวน ขณะเดียวกันเจ้าหนี้อาจจัดวงเงินกู้จำนวนหนึ่งเพื่อให้ลูกหนี้ประคองกิจการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ หากยังมีสภาพคล่องก็มีโอกาสฟื้นตัวและสร้างกำไรกลับมามีเงินทุนหมุนเวียนอีกครั้ง

สำหรับกิจการที่มีหนี้สินหมุนเวียนสูง เนื่องจากใช้เงินกู้ผิดประเภทโดยการกู้ยืมระยะสั้นมาลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว หากไม่เตรียมเงินสดสำรองไว้ชำระหนี้ก้อนนี้ เมื่อขาดสภาพคล่องและคาดว่าจะผิดนัดชำระหนี้ ควรเจรจาขอยืดระยะเวลากับเจ้าหนี้ล่วงหน้า เพราะถ้าเจ้าหนี้ขาดความเชื่อมั่นอาจทำให้การกู้ยืมทำได้ยากขึ้น หรือต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงมาก

หากสถานการณ์มีแนวโน้มไม่สดใส ภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ ขายสินค้าได้น้อย กิจการขาดสภาพคล่องยาวนานจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ ลูกหนี้อาจต้องเจรจาประนอมหนี้เพื่อลดจำนวนหนี้สินลงบ้าง ฝ่ายเจ้าหนี้มักจะยินยอมลดหย่อนให้เพื่อไม่ต้องยื่นฟ้องศาลซึ่งอาจส่งต่อลูกหนี้ให้กลายเป็นบุคคลล้มละลาย

เมื่อถึงที่สุดแล้วต้องยอมเลิกกิจการ ควรเจรจากับเจ้าหนี้โดยตรงเพื่อดำเนินการชำระบัญชีนำสินทรัพย์ออกขายทอดตลาด แบ่งเงินมาชำระหนี้สินและเหลือเป็นทุนต่อไป หากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอใช้หนี้ เจ้าหนี้ยังติดตามยึดทรัพย์ได้อีกตามที่กฎหมายกำหนดภายใน 10 ปี วิธีนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ฝ่ายเจ้าหนี้ได้ผลตอบแทนมากกว่าและเร็วกว่าการสู้คดีในศาล ขณะที่ฝ่ายลูกหนี้ปลดหนี้หมด ได้รับความเป็นธรรม และไม่เสื่อมเสียชื่อเสียง

สูตรลับ สูตรรัดเข็มขัดค่าใช้จ่าย

shutterstock_201423989

เนื่องจากแรงส่งด้านการลงทุนธุรกิจภายในประเทศอ่อนแรง โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2558 ที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำกว่าการประมาณการณ์อยู่ไม่น้อย ประกอบกับภาวะชะลอตัวของภาคเศรษฐกิจโลกโดยรวม การลงทุนจากภาครัฐที่มีทิศทางการทำกำไรลดลงกว่าที่คาด เป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะเงินฝืดจากการหดตัวของเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อยก็ยังตกเป็นเหยื่อของเกมการตลาด จนทำให้ใช้จ่ายเกินตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแรงกระตุ้นจากสื่อการตลาด อุปนิสัยส่วนตัวและการไม่ควบคุมพฤติกรรมการจับจ่ายของตนเองเป็นตัวการ สูตรลับรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการปรับทัศนคติและพฤติกรรมส่วนบุคคล

ในเชิงจิตวิทยานั้น การจับจ่ายใช้สอยสามารถสร้างความผ่อนคลายและทำให้คนมีอารมณ์ดีขึ้นได้ แต่การบรรเทาความเครียดด้วยการช้อปปิ้งจะมีผลแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ หลังจากนั้นอาจจะยกระดับความเครียดขึ้นมาได้อีกหลายเท่า ถ้าหากเกิดภาวะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ดังนั้น จงปรับแนวคิดคลายเครียดแบบเดิม ๆ มาเป็นการออกกำลังกายที่ไม่เพียงแต่จะทำให้สมองปลอดโปร่งเท่านั้น ยังช่วยให้สุขภาพกายและใจดีขึ้นไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม คนเรามักตกเป็นทาสของความต้องการ เพราะอารมณ์อยากมี อยากได้ และความสนุกจากการเลือกซื้อของ ยิ่งเห็นป้ายลดราคา ยิ่งกระตุ้นความต้องการซื้อได้ง่ายขึ้น แนวทางรัดเข็มขัดคือ ต้องตอบคำถามตัวเองทุกครั้งก่อนซื้อว่า เป็นของจำเป็น หรือแค่ตามกระแส ซื้อแล้วจ่ายไหวทั้งก้อนหรือเปล่า และจะกระทบต่อการออมเงินในระยะยาวหรือไม่ วิธีลับความคิดของตนเองลักษณะนี้ จะช่วยชะลอการซื้อ และเตือนสติก่อนจ่ายได้เป็นอย่างดี

บันไดสำคัญที่สร้างความคล่องตัวในการจับจ่ายก็คือบัตรเครดิต เพราะเป็นการรูดก่อนจ่ายทีหลัง แต่ละครั้งที่ใช้บัตรก็ไม่ได้เป็นการควักเงินสด จึงทำให้ใช้จ่ายง่ายโดยลืมคิดถึงบิลเรียกเก็บตามมา สูตรลับในการรัดเข็มขัดรายจ่ายก็คือ พยายามใช้บัตรเครดิตเฉพาะการซื้อของราคาสูง ๆ เท่านั้น ถ้าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ใช้เงินสดแทน เพราะบัตรเครดิตที่อำนวยความสะดวกในการช้อปจะนำมาซึ่งอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่สามารถชำระเงินเต็มจำนวน ประโยชน์ของบัตรเครดิตจึงอยู่ที่การเลือกใช้อย่างฉลาด ไม่อย่างนั้น พิษร้ายของหนี้บัตรเครดิตจะบ่อนทำลายความมั่งคั่งทางการเงินทันที

ทั้งนี้ สูตรลับสูตรรัดเข็มขัดนี้จะไม่ใช่เส้นทางลัดในการควบคุมค่าใช้จ่ายเลย ถ้าไม่ตระหนักถึงสภาพการเงินที่แท้จริงของตน การจดบันทึกรายรับ และรายจ่ายเป็นกิจวัตรประจำวันจะช่วยให้สามารถมองเห็นภาพรวมสถานะการใช้จ่ายเงินของเราสมบูรณ์ขึ้น ที่สำคัญยังช่วยให้เรารู้นิสัยการใช้เงิน ๆ ว่ามีรูรั่วเกิดขึ้นหรือไม่ และการควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นไปตามแผนแล้วหรือยัง

กำจัดจุดอ่อนการเงินของผู้ชาย

shutterstock_273915368ผู้ชายมีจุดอ่อนเรื่องการใช้จ่ายไม่น้อยไปกว่าผู้หญิง ผู้ชายมักจะสิ้นเปลืองไปกับการเที่ยวสังสรรค์ ซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์กอล์ฟ ดำน้ำ ฟิตเนส ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ทั้งนั้น เงินเดือนแทบไม่เหลือออม บางคนใช้จ่ายเกินตัวถึงขั้นสร้างภาระหนี้สิน วิธีกำจัดจุดอ่อนเสริมจุดแข็งในแง่มุมการจับจ่ายใช้สอยของผู้ชายทำได้ดังนี้

เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ขั้นแรกจัดการรายได้รายจ่ายก่อน โดยวางแผนการเงินเป็นโครงสร้าง และเป้าหมายที่ชัดเจน คือ “เงินเดือน งบประมาณค่าใช้จ่ายประจำเดือน และเงินออม”

เงินเดือนคำนวณจากยอดเงินที่โอนเข้าบัญชี หักค่าใช้จ่ายในส่วนค่าผ่อน หรือเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าสาธารณูปโภค ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร เป็นต้น จากนั้นแยกแยะรายจ่ายจำเป็นกับรายจ่ายฟุ่มเฟือย โดยทำรายการลดค่าใช้จ่ายประจำทุกทาง ตัดส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ แล้วกำหนดจำนวนเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละส่วน ขั้นนี้เป็นการฝึกวินัยการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าสามารถทำตามอย่างเคร่งครัดจะช่วยจัดสรรรายได้ประจำให้พอใช้ อาการสิ้นเดือนเหมือนจะสิ้นใจจะหายเป็นปลิดทิ้ง

การผ่อนซื้อรถยนต์เป็นหนี้ก้อนโต หากไม่จำเป็นต่ออาชีพการงาน ควรใช้บริการรถตู้ รถสาธารณะ หรือแท็กซี่ อาจเก็บออมเงินส่วนนี้ไว้เป็นเงินทุนด้านอื่น เห็นได้ว่าผู้ชายบางคนใช้รถยนต์ผิดวัตถุประสงค์โดยไม่รู้ตัว เช่น ขับเที่ยวเตร่ สังสรรค์หลังเลิกงาน หรือทำกิจกรรมที่ฟุ่มเฟือยเปล่าประโยชน์ โดยเฉพาะวันหยุดมักจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวันทำงาน ควรเปลี่ยนจากการใช้เงินมาทำงานหารายได้เสริม ซึ่งต้องขยัน อดทน และเหนื่อยมากขึ้น แต่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ช่วงเริ่มสร้างครอบครัวต้องคิดหนักเรื่องเช่า หรือซื้อบ้าน อาจเช่าบ้านไปก่อนเพื่อให้มีเงินก้อนไปวางดาวน์ และกู้ธนาคาร เพื่อลดดอกเบี้ย หรือลดระยะเวลาการผ่อนได้หลายปี

การออมเงินเป็นหลักประกันความเสี่ยงได้อย่างดี รายได้ต้องมากกว่ารายจ่ายพอสมควรจึงพอเก็บออมเป็นเงินสำหรับอนาคต เช่น ออมเพื่อการลงทุน ออมเพื่อทุนการศึกษาบุตร ออมค่ารักษาพยาบาล หรือใช้จ่ายฉุกเฉิน

ผู้ชายสนใจการลงทุนในหุ้นมากกว่าผู้หญิง ส่วนมากนิยมลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งมีโอกาสขาดทุนสูงเช่นกัน โดยธรรมชาติผู้หญิงเป็นนักลงทุนระยะยาวที่ดีกว่าผู้ชาย เนื่องจากการฝากเงินออมทรัพย์เวลานี้มีดอกเบี้ยต่ำ การลงทุนในหุ้นเป็นเรื่องจำเป็น สามีภรรยาควรปรึกษาหารือกัน ฝ่ายผู้หญิงถือหุ้นยาว ผู้ชายเป็นฝ่ายเทรดหุ้นเพราะมักจะตัดสินใจได้เร็วกว่า พร้อมกันนี้ควรมองลู่ทางการออมที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น เงินฝากประจำดอกเบี้ยสูง การลงทุนพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ การซื้อประกันชีวิต กองทุนรวม เป็นต้น

ผู้ชาย และผู้หญิงมีความแตกต่างกันหลายมิติ แต่สุดท้ายผู้ชาย และผู้หญิงมีความเสมอภาคในฐานะเป็นหุ้นส่วนชีวิต ครอบครัวที่ดีต้องเริ่มต้นที่การจัดสรรรายได้ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งรายรับและรายจ่ายของครอบครัว แม้มีรายได้มาก แต่ใช้เงินฟุ่มเฟือย ต่อให้สร้างรายได้เพิ่มอีกเท่าไรก็ไม่ทำให้สถานะการเงินดีขึ้น ดังนั้น การร่วมมือวางแผนการเงินที่ดีถือเป็นการวางโครงสร้างชีวิตคู่ให้ราบรื่น และสุขสบาย

เคล็ดลับการออมเงินแบบมีเป้าหมาย

การออมเงิน คือการเก็บสะสมเงินของตนเองที่ใช้จ่ายในแต่ละวันทีละเล็กละน้อยจนรวมกันเป็นเงินจำนวนมาก คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีวินัยในการออมเงินเพราะว่ามีเท่าไหร่ก็จะใช้จ่ายจนหมดเมื่อถึงคราวจำเป็น หรืออยากได้อยากไปที่ใดก็ไม่มีเงินสำรองเอาไว้ แล้วก็ต้องไปจบการหาเงินส่วนนั้นด้วยการสร้างหนี้สิน แท้ที่จริงแล้วการออมไม่ได้ยุ่งยากหรือมีความซับซ้อนใด ๆ เพียงแค่มีจุดมุ่งหมายในการออมเงิน ว่าเงินที่กำลังเก็บออมอยู่นี้นั้น จะนำไปใช้เพื่อทำอะไร

shutterstock_218266540

อย่างเช่น ช่วงเวลาปลายปีเช่นนี้คนส่วนใหญ่ก็เริ่มวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวสิ้นปี จึงเริ่มมีเป้าหมายของการเก็บออมเงินว่าการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ก็ต้องมีทั้งเงินค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่ากินใช้ และค่าอื่น ๆ ในบางท่านเริ่มต้นวางแผนและเก็บออมเงินส่วนไปท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี ก็จะมียอดเงินที่มากพอสมควรจับจ่ายใช้สอยได้อย่างไม่ติดขัด เพียงตั้งเป้าหมายในการออมให้ได้ก็จะสามารถทำให้เกิดเป็นนิสัยความเคยชินของคนเราไปเองในตัว

เมื่อครั้งนี้สามารถออมเงินจนกระทั่งได้เงินเพื่อไปท่องเที่ยวแล้ว จะทำให้ครั้งต่อไปเมื่ออยากได้สิ่งใด หรืออยากไปที่ใดก็เริ่มการออมเผื่อเอาไว้เสมอ กลายเป็นความเคยชิน แม้ว่ายังไม่รู้ว่าจะต้องใช้จ่ายเงินออมในทางไหน แต่ก็เก็บออมเอาไว้ก่อน เพราะเพียงคิดไว้เสมอว่าออมเงินเอาไว้แล้ว ถ้ายังไม่ต้องใช้เงินก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อยามจำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องไปวิ่งหยิบยืมใครให้เป็นหนี้ เพราะมีเงินออมเป็นทุนรอนสำรองเอาไว้แล้ว คนส่วนใหญ่ที่เริ่มการออมแบบมีเป้าหมายก็จะทำให้การออมครั้งต่อไปนั้นสามารถออมเงินไปได้เรื่อย ๆ โดยอัตโนมัติแบบไม่ต้องใช้ความพยายามหรือฝืนใจ นี่คือข้อดีของการออมเงิน

บางคนคิดว่าคนที่ชื่นชอบการออมเงินคือพวกที่ขี้เหนียว หรืองก แท้ที่จริงแล้วไม่เป็นความจริงเพราะคนเหล่านี้ใช้เงินเป็นรู้จักบริหารจัดการเงินได้อย่างถูกต้อง สิ่งใดควรกินหรือใช้ สิ่งใดไม่ควรกินหรือใช้เพราะสร้างความสิ้นเปลือง เขาก็จะตัดส่วนนั้นออกไปทำให้เงินใช้จ่ายในแต่ละวัน หรือแต่ละเดือนของเขาเหลือเงินมากกว่าผู้อื่น

หลายคนที่เคยถูกมองว่าตระหนี่หรือขี้เหนียวกลับมีเงินเก็บจนสามารถลงทุนทำธุรกิจเป็นของตนเองประสบความสำเร็จกลายเป็นเศรษฐีไปในเวลาเพียงไม่นาน ผลดีของการวางแผนบริหารจัดการเงินทองและการเก็บออมมีอยู่ไม่น้อย แต่คนเรากลับยังไม่คิดเก็บออมตั้งแต่ที่ยังสามารถทำได้กัน ชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงอยู่อย่างยากลำบาก รายรับไม่เพียงพอกับรายจ่ายอยู่เสมอทุกเดือน

แผนออมดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อย

กลยุทธ์การวางแผนการเงินให้พร้อมสำหรับอนาคตของลูก ต้องคำนวณทั้งรายได้ ค่าใช้จ่าย และเงินออม โดยเตรียมเงินออมไว้ให้พร้อมตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์เพื่อสำรองค่าใช้จ่ายจำเป็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝากครรภ์ อัลตราซาวด์ ตรวจคัดกรอง จนถึงคลอดบุตร ครอบครัวต้องประหยัดเพิ่มขึ้น ฝากเงินมากขึ้น และคิดถึงอนาคตลูกเพิ่มขึ้น

การออมในระยะยาวคือแผนการเงินเพื่อการศึกษา โดยตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายในแต่ละช่วงวัยของลูกซึ่งคำนวณจากค่าเงินในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงอัตราการปรับเพิ่มค่าเทอมและเงินเฟ้อเฉลี่ยต่อปี แบ่งออกเป็น 4 ช่วงวัย ได้แก่ ก่อนเข้าประถม ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา

              การตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับการเลือกสถานศึกษาเป็นสำคัญ โดยพิจารณาปัจจัยด้านรายได้ของครอบครัว รายได้เสริมในอนาคต ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เป็นต้น นอกจากนั้นยังต้องเตรียมเงินออมสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย เช่น ค่าเสื้อผ้า ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเรียนพิเศษ ค่ากิจกรรมต่าง หรือค่าหอพัก เมื่อกำหนดตัวเลขค่าใช้จ่ายโดยประมาณได้แล้ว ขั้นต่อไปคือวิธีการออมเป็นรายเดือน หรือรายปี เพื่อเก็บเงินสำรองเป็นค่าใช้จ่ายล่วงหน้าในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวตามช่วงวัย ได้แก่ 6 ปี 12 ปี 18 ปี และ 22 ปี

ออมเงินล่วงหน้าในแต่ละช่วงวัยช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน เช่น ออมตั้งแต่ลูกเกิดเพื่อสำรองค่าใช้จ่ายในวัยประถม ทำให้มีเงินใช้จ่ายไปอีกเป็นระยะเวลา 6 ปี การออมเงินลักษณะนี้จะทำให้มีความชัดเจนในการเลือกลงทุนที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น เพราะลำพังดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอย่างเดียวได้รับดอกเบี้ยน้อยนิด

  1. ค่าใช้จ่ายระยะสั้นคือช่วงก่อนเข้าประถม ควรเก็บออมในรูปแบบการลงทุนสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีสภาพคล่องสูง ได้แก่ เงินฝากประจำ และกองทุนตราตราสารหนี้ระยะสั้น
  2. ค่าใช้จ่ายระยะกลางคือช่วงประถมศึกษา ควรลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นและมีผลตอบแทนดีขึ้น ได้แก่ หุ้นกู้คุณภาพดี พันธบัตรรัฐบาล กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว
  3. ค่าใช้จ่ายระยะยาวคือช่วงมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้นพื้นฐานดี ตราสารหนี้ กองทุนรวมหุ้น และกองทุนรวมผสมหุ้น นอกจากนั้นยังแบ่งกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ น้ำมัน หรือทองคำได้ด้วย เพียงแต่ว่าต้องศึกษาข้อมูลการลงทุนให้ดีก่อนจะตัดสินใจลงทุน

การจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาของลูกเป็นภารกิจสำคัญ การใช้จ่ายในครอบครัวต้องประหยัดพอเหมาะ และตัดใจลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นบางอย่างออกไปบ้าง เคล็ดลับสำคัญคือเริ่มออมเงินเร็วและสม่ำเสมอซึ่งจะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ลำดับต่อมาคือเพิ่มยอดเงินลงทุน 3%-5% ทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ

หลักประกันความเสี่ยงในการลงทุนอีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ การซื้อกรมธรรม์ประกันภัยให้ลูก เช่น ประกันอุบัติเหตุ หรือประกันสุขภาพ หรือประกันเพื่อการศึกษา จำนวนเท่ากับตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ประมาณไว้เพื่อเป็นหลักประกันให้อุ่นใจว่าจะมีเงินเก็บเพื่อใช้เรียนจนสำเร็จการศึกษาระดับสูงสุด

เริ่มต้นวางแผนรับมือยามเกษียณ

คนส่วนใหญ่เมื่อสามารถทำงานหารายได้ให้แก่ตนเองได้แล้วก็จะมีภาระที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นในแต่ละช่วงอายุ จึงยังไม่นึกถึงการวางแผนรับมือเอาไว้ในช่วงเกษียณเพราะด้วยภาระของการสร้างครอบครัว การขยายครอบครัว จะเริ่มวางแผนจัดการทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อรับมือช่วงวัยเกษียณได้ในช่วงชีวิตที่เริ่มมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้นอายุอยู่ประมาณ 45-50 ปี เพราะช่วงนี้เป็นวัยที่เริ่มมีฐานะทางการเงินและหน้าที่การงานที่ดีจึงเริ่มเก็บออมเงินเพื่อแบ่งเป็นเงินสำรองเลี้ยงชีพให้แก่ตนเองในวัยเกษียณอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แม้ว่าการเริ่มเก็บออมเงิน หรือนำเงินไปลงทุนในช่วงอายุที่ใกล้จะเกษียณแล้วจะมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร อีกทั้งยอดเงินออมก็คงจะมีได้ไม่มากพอสมควร หากไม่มีรายได้ที่สูงจริง ๆ แต่มันก็คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพราะไม่ต้องแบกรับภาระอะไรมากมายเทียบเท่ากับช่วงอายุก่อนหน้าที่ผ่านมา แต่หากว่าสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้ในเวลาอันรวดเร็วในช่วงชีวิตทั่งมีอายุน้อยอยู่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีอย่างมากเพราะจะสามารถวางแผนจัดการชีวิตของตนเองได้เร็วมากยิ่งขึ้น เงินออมเพื่อการเกษียณก็จะได้เริ่มเก็บเร็วยิงขึ้นทำให้มีเงินกินเงินใช้อย่างสุขสบายในช่วงบั้นปลายชีวิต

สิ่งแรกที่ต้องทำในการเริ่มวางแผนรับมือกับช่วงวัยเกษียณ ก็คือการตั้งเป้าหมายให้แก่ตนเอง อย่างเช่น เริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่างหนึ่งเป็นของตนเองเพื่อที่เกษียณไปแล้วก็ยังมีรายได้จากธุรกิจของตนเองได้ หรือจะเริ่มต้นเก็บออมเพื่อซื้อที่ดินปลูกบ้านทำสวนอยู่แบบชาวบ้านทั่วไปในวัยเกษียณ เป็นต้น ต่อมาก็เริ่มเก็บออมเงินให้ได้มากที่สุดและหากอยากได้เงินเพิ่มมากขึ้นก็ลองนำไปลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยขึ้นมา แต่ก็ควรศึกษาให้ดีก่อนไม่เช่นนั้นอาจจะเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

หากเลือกการลงทุนที่ดีและถูกต้องใช้เวลาเพียงไม่นานอาจจะทำให้มีเงินมากพอใช้ชีวิตหลังการเกษียณได้อย่างลงตัวและสุขสบาย ขั้นตอนการเก็บออมเงินและการลงทุนก่อนวัยเกษียณจึงค่อนข้างจะต้องใช้ความรู้และการศึกษาเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ควรเล็งเห็นเรื่องสุขภาพของตนเองในช่วงวัยเกษียณเพราะด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นร่างกายอาจจะไม่แข็งแรงเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา การซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพเอาไว้จึงเป็นสิ่งที่สำควรอย่างยิ่งสำหรับช่วงวัยเกษียณ เมื่อเจ็บป่วยขึ้นมาก็ยังมีประกันที่ซื้อเอาไว้เพื่อใช้รักษาตนเองไม่ต้องลำบากลูกหลาน หากสามารถวางแผนและจัดการชีวิตของตนเองได้ก่อนช่วงวัยเกษียณตามขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น

ชีวิตในวัยเกษียณของทุกท่านจะมีความสุขและไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องใด ๆ ใช้ชีวิตตามความต้องการถือว่าเป็นช่วงเวลาพักผ่อนให้แก่ชีวิตที่ผ่านความยากลำบากมาเกือบทั้งชีวิต

มนุษย์เงินเดือน ออมอย่างไรให้สุขในบั้นปลาย

มนุษย์เงินเดือนมีอาชีพมั่นคง มีรายรับประจำและแน่นอนทุกสิ้นเดือน พร้อมสวัสดิการค่าเดินทาง ประกันสังคม โบนัส มักจะใช้จ่ายแบบคล่องมือและละเลยการออมเงินมาตลอด เมื่อเวลาล่วงเลยไป หลังวัยเกษียณไม่มีรายได้ประจำแล้ว เงินสะสมที่มีอยู่น้อยอาจไม่พอใช้ตลอดรอดฝั่ง

ลองพิจารณาฝากเงินเข้าบัญชีในช่วงที่ยังอายุน้อยเพื่อเป็นเงินออมสำหรับการเกษียณ ใช้วิธีออมก่อนแล้วค่อยใช้เงินเดือนเพื่อให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น พร้อมทั้งวางแผนการเงินใช้จ่ายอย่างประหยัด และไม่ฟุ่มเฟือยกับสิ่งที่ไม่จำเป็น

ขณะเดียวกันควรเรียนรู้การลงทุนทุกรูปแบบ เลือกแบบที่เหมาะสมและสอดคล้องกับตนเอง วิธียอดนิยมคือจัดสรรเงินเก็บบางส่วนมาลงทุนกับกองทุนต่าง ๆ ทั้งที่มีความเสี่ยงสูง แต่ยอมรับได้และการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยเงินลงทุนจำนวนนั้นต้องไม่เกี่ยวกับเงินที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

การออมเงินหรือการลงทุนนั้นมีกรอบอยู่ว่าต้องไม่ฝืนตัวเองมากเกินไป ดูแลตัวเองให้มีความสุขตามสมควร พร้อมกับใส่ใจรายละเอียดการใช้เงินและเก็บออมอย่างมีวินัยสม่ำเสมอ อย่าอดออมมากเกินกำลังจนกลายเป็นภาระซึ่งไม่เพียงบั่นทอนกำลังใจตนเองแล้ว ยังจะชักหน้าไม่ถึงหลังจนต้องนำเงินออมออกมาใช้จ่าย ทำให้เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ล้มเหลว

มองงานอดิเรกคลายเครียดที่เสียเงินน้อย กิจกรรมบั่นทอนสุขภาพการเงินอย่างการท่องเที่ยวและสังสรรค์ควรเพลาลง หันมาเลือกกิจกรรมสร้างอาชีพทำให้มีรายได้เพิ่ม เช่น ทำอาหาร อบขนมเค้ก ถ่ายภาพ เย็บปักถักร้อย รวมถึงการโละของเก่าขายหารายได้อีกทางหนึ่ง

อาชีพสำรองเกิดประโยชน์ในกรณีที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำบังคับให้บริษัทปลดพนักงาน หรือลดเงินเดือน ช่องทางรายได้เสริม แม้ทำเงินเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่ควรมองข้าม ขณะเดียวกันควรออมส่วนหนึ่งเป็นเงินเก็บสำรองไว้เผื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินด้วย

มนุษย์เงินเดือนควรสมทบเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เต็มที่ เริ่มฝากเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งเป็นการหักเงินเดือนอัตโนมัติ มีเงินออมจำนวนที่แน่นอนและบริษัทที่เป็นนายจ้างยังช่วยสมทบเงินเพิ่มให้อีกร้อยละ 5 ของเงินเดือนและไม่เกินร้อยละ 15 ของรายได้ต่อปี หรือ500,000 บาท

การเป็นหนี้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะสินเชื่อบ้าน หรือผ่อนรถยนต์ หากมีความสามารถพิเศษ หรือมีเวลาว่างควรหารายได้เสริมเพื่อปลดหนี้ให้เร็วและตั้งใจเก็บเงินอย่างเต็มที่ จำนวนเงินออมแต่ละเดือนขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินของแต่ละคน ควรวางแผนเก็บเงินให้เพียงพอค่าใช้จ่ายหลังเกษียณอย่างน้อย 50%-60%ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย

ถ้าอยากสุขสบายในวัยชรา เริ่มต้นออมเงินอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ เตรียมความพร้อมไว้ตั้งแต่เนิ่น จะได้ไม่กดดันตัวเองมากเกินไป เห็นดอกผลจากการออมและการลงทุนแล้ว ยิ่งสร้างแรงจูงใจให้เกิดการออมเพิ่มขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายมีเงินเก็บสะสมเพียงพอดำรงชีวิตในวัยเกษียณได้สมควรแก่อัตภาพ โดยไม่เป็นภาระของลูกหลาน